kuma90* View my profile

แด่ผู้ล่วงลับ

posted on 24 Jul 2009 22:55 by kuma90

แด่ผู้ล่วงลับ

 

 

เอนทรี่นี้อุทิศให้แก่บุคคลอันเป็นที่รักผู้กลับเข้าสู่ห้วงนิทรา

 

 

 

 

.

.

 

 

อาม่าเพิ่งเสียค่ะ

 

 

เค้าเสียไปเมื่อตีสองของวันจันทร์ที่ผ่านมา  ตอนนั้นเรายังไม่รู้เรื่องหรอก แม่คิดว่าเราหลับไปแล้วเลยไม่ได้ไปปลุก ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วตัวเราเองยังนอนอ่านแฮร์รี่อยู่บนห้องนอน คืนนั้นกว่าจะหลับดึกมาก แต่ก็ไม่มีโอกาสได้รู้

 

มารู้อีกทีตอนเช้าของวันอังคาร ซักตอนเจ็ดโมงครึ่งแม่มาปลุก ตอนนั้นหงุดหงิดมากเพราะว่านอนไม่พอ

 

 

 

เกือบจะบอกแม่แล้วว่าขอนอนต่อ

แต่แค่ประโยคนี้ประโยคเดียวเท่านั้นแหละที่ทำให้ถึงกับตื่นเต็มตา

 

 

 

มะ ตื่นได้แล้ว อาม่าเสียแล้วนะ

 

 

ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดนี้อีกครั้งในวันหยุดอ่านหนังสือสอบ

 

คราวก่อนอากง(ฝ่ายพ่อ) ก็เสียช่วงสอบเหมือนกัน แต่ความรู้สึกมันผิดกันมาก ครั้งนั้นมันไม่ได้มึนตึงหรืองงชาขนาดนี้ ตอนอากงเสียเพิ่งผ่านมาแค่สองสามปี แต่เราก็ยังจำได้ดีว่าเค้าป่วยมาก่อนหน้านั้น เราได้ไปเยี่ยมเค้าแล้วที่โรงพยาบาล แต่นี่มันผิดกันอาม่าหลับแล้วจากไปเงียบ ๆ คนเดียว

 

และที่ความรู้สึกผิดกันขนาดนี้เพราะเราโตขึ้นมาเป็นเราส่วนนึงก็เพราะสองมือของอาม่าคนนี้

 

 

ตอนเด็ก ๆ อยู่คนละบ้านกะพ่อแม่ เพราะทั้งสองคนต้องทำงาน (ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจนั่นแหละ) บางทีก็ออกไปต่างจังหวัดทีละหลาย ๆ เดือน มีอยู่ครึ่งปีที่ไปอยู่กันที่เชียงใหม่ และระหว่างนั้นคนที่เลี้ยงเราขึ้นมาก็คืออาม่ากับอี๊บางคน ตั้งแต่เด็กจนโตขึ้นมาจนถึงตอนนี้เรา เราเคยแยกกับพ่อแม่ (แต่แอบร้องไห้เพราะเหงาด้วยนะ) แต่ไม่เคยแยกกับอี๊ ๆ และอาม่าเลย

 

 

มันคือ ความผูกพัน

 

 

 

ตอนที่รู้ครั้งแรก ไม่ได้ร้องไห้เลย ไม่มีน้ำตาซักหยด ยังพูดคุย เล่นกับพ่อได้เหมือนไม่มีอะไร  แต่ตอนที่แม่ใช้ลงไปหยิบจานชามขึ้นมากินข้าวเช้านั่นแหละที่เริ่มจะรู้ตัวจริง ๆ ว่าอาม่าเค้าไปแล้วจริง ๆ

 

 

อาม่าของเรานอนอยู่ชั้นล่างเพราะว่าเดินขึ้นบันไดไม่ไหว ตอนที่หยิบจานชามก็เห็นว่าเค้านอนนิ่งบนเตียง ห่มผ้าห่มสูงขึ้นมาถึงอก ซึ่งปกติถ้าเป็นเวลาป่านนี้เค้าต้องลุกขึ้นมานั่งมองเราแล้ว ตอนที่หยิบจานเรากะว่าจะหยิบแล้วขึ้นไปข้างบนเลย ไม่อยากอยู่ต่อ แต่อี๊คนเล็กของเราบอกให้เราไปกราบเท้าอาม่าหน่อย

 

บอกตามตรงว่าตอนนั้นไม่อยากทำเลย

.

.

 

ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำเพราะไม่อยากทำ

 

 

แต่ไม่อยากทำเพราะมีคนยืนมองอยู่

 

 

ไม่อยากให้คนมองเวลาแบบนี้

มันไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะให้ใครยืนมอง

สำหรับเราเรื่องแบบนี้อยากทำเงียบ ๆ คนเดียว

 

เราเป็นคนหัวดื้อมาก ๆ ถ้าใครสนิทกับเราจะรู้ดี

 

 

แต่อี๊เรากลับบอกเราว่าตอนนี้แหละ ไม่คิดจะไหว้อาม่าหน่อยหรือไง เมื่อเช้าน้องเธอก็กราบไปแล้วนะ (ก่อนมันไปโรงเรียน)

 

 

ตอนนั้นโมโหขึ้นมาเหมือนกัน อี๊เค้าคิดว่าเราไม่อยากไหว้อาม่าจริง ๆ หรือไง

ไม่อยากให้ใครเห็นว่าเราเป็นคนอกตัญญูหรอกนะ แต่เวลานี้มันไม่ใช่จริง ๆ

เราเป็นเด็กที่ไม่ชอบให้ใครเห็นน้ำตา หรือจะทำอะไรตามสิ่งที่คนอื่นสั่งแล้วมันขัดกับความรู้สึกเรา

 

แล้วเราก็ไม่ชอบมาก ๆ ที่ใครจะมาดูถูกเราด้วยคำพูดแบบว่าเราไม่รักคนในครอบครัว

 

 

แต่สุดท้ายเราก็เดินไปที่เตียง

คุกเข่าลงมองหน้าอาม่าอยู่ซักพัก แค่มองนิ่ง ๆ ไม่ทำอะไร

 

 

 

เราไม่เคยเห็นความตายมาก่อน

ไม่เคยสัมผัส

ไม่เคบรับรู้ว่ามันเป็นยังไง

 

 

 

ตอนอากง(ฝั่งแม่)เสีย เรายังเด็กมาก จำอะไรไม่ได้เลย

ตอนอากง(ฝั่งพ่อ)เสีย เราไม่ได้อยู่ดูศพเพราะติดสอบ

 

 

 

ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ตรงหน้าเรา

ตอนที่ได้เห็นจริง ๆ มันเป็นความรู้สึกที่ว่า

 

 

 

หมดแล้ว

 

และ

 

ว่างเปล่า

 

 

 

ไม่มีอะไรอยู่ในนั้นแล้ว

 

อาม่าว่างเปล่าแล้วจริง ๆ และจะไม่ลุกขึ้นมาอีก

เป็นภาพที่มองแล้วรู้เลยว่าเค้าตายแล้ว

 

 

 

อาจจะเป็นตอนนั้นที่เรารู้ตัวจริง ๆ ว่าอาม่าเสียแล้ว

ตอนที่กราบเท้านั่นแหละที่น้ำตาไหลออกมา

 

 

 

เรารีบเดินออกมา คนจีนห้ามไม่ให้น้ำตาถูกตัวคนที่เสียไป แล้วก็ไม่อยากให้อี๊เห็นด้วยว่าเราร้องไห้

.

.

 

 

 

หลังจากขึ้นมาข้างบนเราก็ขลุกตัวอยู่ข้างบน ก็คุยกับพ่อบ้าง เราไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย

แต่ทุกครั้งที่นึกถึงภาพของอาม่าบนเตียงน้ำตาก็จะไหลออกมาเงียบ ๆ ซักพักก็จะหยุดไปเอง

 

ภาพตอนที่หลับกับตอนที่ตายมันต่างกันจริง ๆ

ความตายมันดูว่างเปล่า เคว้งคว้าง

 

 

 

สำหรับเรามันดูน่ากลัว

 

 

 

เราไม่กล้ามองอาม่านาน ๆ เลยด้วยซ้ำ

ความน่ากลัวของมันอยู่ที่ความว่างเปล่ามากกว่าจะอยู่ที่ตัวร่างหรือวิญญาณ

มันน่ากลัวตรงที่ร่างที่บรรจุวิญญาณมันเหมือนกลายเป็นเปลือกเปล่า ๆ ที่ไม่เหลืออะไรอีก

 

 

มันน่ากลัวตรงที่ว่าเค้าไม่ได้มีอะไรเหมือนที่เราเคยรู้จัก

และจะไม่พูดคุยหรือโต้ตอบกับเราเหมือนเดิม

 

 

มันดูไม่มีอะไรให้ยึดเหนี่ยวมากเกินไปและกะทันหันจนรับไม่ได้

 

 

 

สำหรับเราอาม่าดูเป็นอาม่าอย่างที่ก่อนจะเสียมานานแล้ว ใจดี ตัวท้วม ๆ อ้วน ๆ (ถึงปีหลัง ๆ จะผอมลงมาก) ไม่ค่อยพูดอะไรเท่าไหร่ แต่จะยิ้มให้เราเสมอ อาม่านั่งเฉย ๆ ที่เตียงมานานแล้ว เพราะเข่าเสียทำให้เดินไม่ได้  นั่งให้เราพูดทักทายก่อนไปและกลับโรงเรียนทุกวัน ไม่เคยคิดว่าจะไม่มีภาพนั้นอีกแล้ว

 

เมื่อตอนเย็นเราเพิ่งสอบเสร็จกลับมา เดินผ่านที่ที่เคยมีอาม่านั่งอยู่ แล้วก็ได้แต่รีบ ๆ เดินจากไป

 

.

.

 

 

วันอังคารตอนทำพิธีก่อนย้ายอาม่าลงโลง เราเป็นหลานคนเดียวที่ได้ป้อนน้ำอาม่า เพราะพี่สาวกับน้องชายของเราติดสอบ มีเราคนเดียวที่อยู่บ้าน และหลาน ๆ คนอื่นยังมาไม่ถึง ยอมรับจริง ๆ ว่าพิธีศพของจีนน่าเศร้าสำหรับเรามาก มันดูมีความหมายมากเกินไปในหลาย ๆ เรื่อง

 

เราไม่เคยป้อนอาหารให้อาม่ามาก่อน

เพราะถึงอาม่าจะอายุมากเท่าไหร่ เค้าก็ยังกินข้าวเองได้

 

สรุปแล้วการป้อนน้ำให้เค้าครั้งแรกก็เป็นครั้งสุดท้ายของเรา

 

 

เราไม่อยู่ดูเขาบรรจุอาม่าลงโลง เราไม่อยู่ดูเค้าปิดฝา

เรานั่งอยู่บนห้องตลอดหลังจากที่เค้าตามลงไปป้อนน้ำอาม่าจนกระทั่งรถพาอาม่าไปวัด

 

 

 

เรารู้ว่าญาติบางคนคงไม่พอใจเราเท่าไหร่

บางคนก็คิดว่าเราไม่เสียใจอะไรที่อาม่าจากไป

ถ้าเค้าจะคิดอย่างใจแคบแบบนั้น เราจะห้ามอะไรเค้าได้ ?

.

.

 

 

 

 

อาม่าเสียไปตอนนอน คงเป็นการจากไปแบบที่สบายที่สุดสำหรับคน ๆ นึงจริง ๆ

จากไปตอนกลางดึก ไม่ได้กินข้าวซักมื้อ แสดงว่าเหลือไว้ให้ลูกหลานมาก ..

 

แต่เรากลับไม่อยากให้เค้าเสียไปตอนนั้น อย่างน้อยก็อยากจะรู้ตัวว่าเค้าจะไปแล้ว

 

 

 

ความจริงแล้วมันก็ยังมีเรื่องที่เราเสียใจอยู่

บางทีมันอาจจะเป็นสัญญาณก่อนเสียก่อนอาม่าที่เราไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ

 

ตอนเย็นวันจันทร์(ที่อาม่าเสีย) เราเพิ่งกลับจากการสอบวันแรก เราก็ดินผ่านเตียงอาม่าแล้วพูดสวัสดีเหมือนเคย ปกติอาม่าจะใช้เวลาซักพักนึงก่อนที่จะตอบเรา ( อายุ 92 หูค่อนข้างตึงแล้ว)

 

แต่ครั้งนี้อาม่าไม่ตอบ อาม่านอนตาปรือ ๆ นิ่ง ๆ

เราเองก็คิดว่าอาม่าคงไม่ได้ยิน เลยพูดสวัสดีไปอีกสองรอบ

แต่อาม่าก็ไม่ตอบกลับมาอีก

 

มันแปลกกว่าวันอื่น ๆ

 

เราเกือบจะเดินเข้าไปทักอาม่าที่เตียงแล้ว แต่ก็คิดว่าอาม่าคงง่วง ไม่อยากกวนเลยเดินขึ้นห้องไป

.

 

 

แล้วคืนนั้น .. อาม่าก็เสีย

 

 

 

 

 

มันจะดีกว่านี้มั้ยถ้าเราได้ทักทายเค้าเป็นครั้งสุดท้าย ?

 

 

 

.

.

 

 

 

ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลย

แม่บอกเราว่าอาม่าไปสบายแล้ว

แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าตั้งแต่เช้าวันอังคารที่ฝนเริ่มตก

 

 

มันเป็นเพราะ

 

 

ฟ้าร้องไห้

 

 

 

 

ขอบคุณค่ะอาม่า ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง

ขอบคุณที่เลี้ยงหนูมา ดูแลหนูมา

 

เป็นยิ่งกว่าคำขอบคุณค่ะ

 

 

 

 

 

 

อาม่าขาหลับให้สบายนะคะ

 

and I know there will be no more tears in heaven. 

24/07/52

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

เอนทรี่นี้ขอมอบเป็นของขวัญก่อนนอนให้แก่อาม่าของเราเอง

ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ล่วงหน้านะคะ

 

และเอนทรี่นี้เปิดให้คอมเม้น แต่ถ้าจะให้กำลังใจกันได้โปรด อย่าให้ ดาวเลยนะคะ

ขอให้มันอยู่เงียบ ๆ  ... ขอให้เป็นแค่ความทรงจำก็พอค่ะ

 

 

 

ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ

 

 

 

edit @ 25 Jul 2009 01:29:39 by kuma90*

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet


ความตายเป็นสิ่งที่ว่างเปล่าจริงๆนะ ฉันเองก็เป็นคนนึงที่ไม่ได้เตรียมใจกับเรื่องแบบนี้
จำได้ว่าตอนที่ป้าฉันตายไป ตอนนั้นฉันรับรู้ข่าวเรื่องนั้นแบบมึนๆงงๆ
ฉันไม่ได้ผูกพันกับป้ามากมายนัก แต่เป็นแม่ของฉันที่ได้รับการดูแลมาจากพี่สาวคนโตคนนี้มาตลอด
ฉันเลยแค่ตอบรับกลับไปว่าเสียใจด้วย มันแย่มากนะ... แต่ฉันก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
แต่พอหลังจากนั้น ฉันไปที่งานศพ ฉันถึงได้สัมผัสกับความว่างเปล่านั้นเข้าจริงๆ
การที่เรา เจอคนที่เราคุ้นเคย แต่คนนั้นกลับไม่สามารถตอบโต้เราได้อีกแล้ว...
แล้ววันนั้นฉันก็ร้องไห้เป็นครั้งแรกหลังจากที่รู้ข่าวการเสียของป้ามาเป็นสัปดาห์แล้ว

ฉันไม่คิดว่าจะเข้าใจทุกความรู้สึกของเธอได้ แต่ฉันก็อยากเป็นส่วนนึงที่จะให้กำลังใจเธอนะ
มันคงเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของเธอ ทั้งเรื่องอาม่า เรื่องสอบ เรื่องญาติ(หรือตัวอะไร?)ของเธอ
หวังว่าเธอจะสามารถผ่า่นช่วงเวลาเหล่านี้ไปได้โดยที่ไม่เสียความเป็นตัวเองไป
ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยเธอได้ก็บอกมาได้เลยนะ อะไรก็ตาม
อย่าลืมว่ายังมีฉันเป็นเพื่อน(ซึ่งจริงๆฉันเป็นพี่นะเว่ย! 555) ที่คอยอยู่ข้างๆเธอคนนึง


ความจริงแล้ว มันเป็นความลับนะเว่ย... ฉันแอบร้องไห้ตอนที่อ่านบล็อกนี้
ความลับอีกนั่นล่ะ จริงๆแล้วฉันแอบลุ้นให้เธอปฏิวัติเรื่องตัวอะไรบางอย่างที่เธอเล่าในเอ็ม

และความจริงแล้วนะ อะไรก็ไม่สำคัญเลยถ้าเธอมีความสุข
ฉันเชื่อว่าอาม่าที่เลี้ยงเธอมาด้วยสองมือของท่าน ไม่ไ้ด้ต้องการอะไรนอกจาก...
การมองเธอเติบโตเป็นเด็กผู้หญิงที่สดใสและมีความสุขที่สุด
ไม่สำคัญว่าเธอจะได้ลาท่านก่อนหรือไม่ ในเมื่อทุกๆวันเธอยังรักและห่วงใยท่านอยู่
คงไม่จำเป็นต้องลา เพราะท่านยังอยู่เคียงข้างเธอเสมอ

เธอได้ทำทุกๆอย่างดีที่สุดแล้ว




เป็นกำลังใจให้เธอนะสาวน้อย
-นางสาวแดงเดือดที่ส่งเลือดร้อนแรงไปให้เธอผ่านโทรจิต-


#1 By ★ SCARLET :) on 2009-07-24 23:57

ไอซ์อาจจะไม่เคยพบเจอกับการสูญเสียอย่างนั้น..ก็เลยปลอบใจอะไรมากไม่ได้...
แต่อย่าคิดมากเลยนะฮะ คนรอบตัวเขาจะคิดยังไงก็ช่างเขาเถอะ...
เป็นกำลังใจให้นะฮะ

สุดท้ายนี้...อย่าโทษตัวเอง... อาม่าของพี่มะรักพี่มะนะฮะ...ถ้าพี่มะโทษตัวเองอาม่าก็คงไม่มีความสุข
ไม่มีใครรู้อนาคตหรอกนะฮะ อย่าโทษตัวเองนะฮะ

สุดท้ายจริงๆ...รักษาสุขภาพกายและใจให้ดีนะฮะ

#2 By icedragon on 2009-07-25 00:54

พี่ว่าพี่เข้าใจนะ การที่เราเห็นคนที่เห็นกันอยู่ทุกวัน ได้คุยกันทุกวัน นอนอยู่ ไม่หายใจ ไม่หันมาตอบว่า เออ หวัดดี วันนี้เป็นไงมั่ง แค่นอนอยู่ตรงนั้น มันก็กลัวแล้ว รู้สึกเหมือนกับว่า นั่นเคยเป็นเค้า แต่ไม่ใช่เค้า เค้าจากไปแล้ว แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเค้าไปไหน
พี่เองก็เป็นมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ไม่กล้ามองคนที่กำลังหลับนิ่งๆ ต้องคนจสังเกตว่าหน้าอกเค้ากระเพื่อมมั๊ย ไม่ชอบเลย การนอนกันใกล้กับความตายเกินไป
งานศพของจีนมันน่ากลัวจริงๆแหละ เป็นพิธีที่ดูมีความหมายทั้งในแง่ต่อเรา และแง่ของความเชื่อ (สังเกตุได้ว่ามีการข้ามไปยังสวรรค์ชั้นต่างๆด้วย) พีธีที่มีความสำคัญ มันเป็นการทำเพื่อเป็นการส่งคนที่เรารักขึ้นสู่สรวงสวรรค์ เป็นงานครั้งสุดท้ายที่เราจะทำได้เพื่อเป็นเกียรติแด่ผู้ตาย แต่ว่าเพราะมันถูกให้ความสำคัญขนาดนั้นนั่นแหละ มันก็กลายเป็นมีดที่ปักอกเราหลายๆครั้งเพื่อจำย้ำว่า นี่เค้าจากเราไปแล้วจริงๆ

อ่านแล้วปวดตา แน่หน้าอก อยากจะร้องไห้ แต่มันร้องไม่ออก แต่ก็แบบว่านะ ทำใจดีๆไว้ล่ะ การเศร้าน่ะ มันดีตรงที่ทำให้เรารู้ว่าเรารักอาม่ามากแค่ไหน แต่ก็อีกนั่นแหละ อาม่าก็คงไม่อยากให้มะร้องไห้นานๆหรอก เป็นกำลังในให้นะ
*หนีมาเล่น* กอดๆ

ความผูกพันมันทำให้คิดถึงอดีตนะจ๊ะ เพราะมีสิ่งนั้นมันลืมไม่ลง
เศร้าได้แต่อย่าเศร้านานนะจ๊ะ

/ไว้อาลัย
Your new layout is so nice ^^
PS: Do you have free time now?

#5 By Glass Moon on 2009-07-25 20:08

เพิ่งเห็นเอนทรี่นี้

อากงเราก็เสียเมื่อปีที่แล้วแล้วต่อด้วยอาม่าเสียต่อปีนี้
เข้าใจนะ เพราะผูกพัน

แต่สำหรับเรา เราไม่ได้อยู่กับอาม่ากับอากงทุกวัน แต่มันเหมือนกับเป็นความทรงจำเล็กๆที่เปี่ยมไปด้วยความสุขเก็บไว้ในหัวสมอง ว่าอาม่าอากงเคยทำอะไรให้เราไว้บ้าง

ตอนนั้นอากงเราเสียตอนดึก แม่ไม่ได้เรียกไป เพราะตอนนั้นแม่กระวนกระวายมาก รีบไปโรง'บาลอย่างเร็วที่สุด ส่วนอาม่าท่านเสียตอนบ่าย3กว่าๆ ซึ่งชั้นก็ยังอยู่โรงเรียน แม่เพิ่งโทรมาบอกตอนใกล้จะเรียนพิเศษว่าอาม่าเสียแล้วด้วยเสียงสั่นๆ

รู้สึก... ช็อค

ตามมาด้วยน้ำตา

เราคิดว่า เพราะอาม่าเห็นว่าลูกหลานมีความสุข มีเงินมีทองใช้แล้วมีชีวิตที่ดี สมปรารถนาท่านแล้ว ท่านก็จากไปด้วยรอยยิ้ม มีความสุขเต็มอกสู่สุคติ

ขอแสดงความเสียใจด้วยจ้ะ
...
..
.
สู้ต่อไป ชีวิตเธอยังอีกยาวไกล

ก็...มาคอมเมนต์ช้าไปหน่อย(มาก)
big smile big smile

#6 By Chiaki6113 (110.164.81.140) on 2009-09-06 00:19